ถ้าพูดถึงทุ่งลาเวนเดอร์ที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น ชื่อของ ฟาร์มโทมิตะ (Farm Tomita) แห่งฮอกไกโด มักติดอันดับต้นๆ ที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต้องไปเยือนสักครั้ง โดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อน ตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายนถึงต้นเดือนสิงหาคม ที่ทุ่งลาเวนเดอร์สีม่วงจะบานสะพรั่งเต็มเนินเขา กลายเป็นวิวสุดอลังการ และเป็นแลนด์มาร์กประจำหน้าร้อนของฮอกไกโดที่หลายคนคุ้นตาจากโปสเตอร์โปรโมทการท่องเที่ยวญี่ปุ่น
รวมทุกข้อมูลเกี่ยวกับฟาร์มโทมิตะที่คนวางแผนเที่ยวต้องรู้ ไม่ว่าจะเป็น ช่วงเวลาที่ลาเวนเดอร์บานสวยที่สุด จุดถ่ายรูปไฮไลต์ ของกินห้ามพลาด กิจกรรมในฟาร์มโทมิตะ รวมถึงการเดินทางจากซัปโปโร ใครกำลังหาข้อมูลเที่ยว ฟาร์มโทมิตะ ฮอกไกโด มาเก็บข้อมูลได้เลย

Cr. Vassamon Anansukkasem / Shutterstock.com
ทำความรู้จัก ฟาร์มโทมิตะ (Farm Tomita) แห่งฮอกไกโด
เมื่อพูดถึงทุ่งดอกลาเวนเดอร์ที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาของญี่ปุ่น ก็ต้องนึกถึงที่ โทมิตะฟาร์ม ในเมืองนากะฟุราโนะ (Nakafurano) จังหวัดฮอกไกโด ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองซัปโปโร ห่างไปราว 120 กิโลเมตร ซึ่งฟาร์มนี้ขึ้นชื่อในเรื่องของทุ่งลาเวนเดอร์ และดอกไม้หลากสีที่โด่งดัง เป็นสถานที่ติด Top 10 ที่ผู้มาเยือนฮอกไกโดห้ามพลาดเลยทีเดียว
จุดเริ่มต้นของ ฟาร์มโทมิตะ เดิมทีเป็นฟาร์มเกษตรของตระกูลโทมิตะตั้งแต่ปี ค.ศ. 1903 ก่อนจะเริ่มปลูกลาเวนเดอร์อย่างจริงจังในปี 1958 เพื่อนำไปผลิตน้ำมันหอมระเหยและผลิตภัณฑ์จากดอกไม้ ต่อมาช่วงทศวรรษ 1970 อุตสาหกรรมลาเวนเดอร์ในญี่ปุ่นเริ่มซบเซาจากการแข่งขันด้านราคากับสินค้านำเข้า แต่ฟาร์มโทมิตะยังคงอนุรักษ์แปลงลาเวนเดอร์เอาไว้ จนในปี 1976 ภาพทุ่งลาเวนเดอร์ของฟาร์มถูกนำไปใช้บนปฏิทินของการรถไฟแห่งชาติญี่ปุ่น (JR) ทำให้ชื่อเสียงของฟาร์มเป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศ และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการท่องเที่ยวเชิงดอกไม้ในฟุราโนะมาจนถึงปัจจุบัน
ปัจจุบันฟาร์มโทมิตะถือเป็นหนึ่งในฟาร์มลาเวนเดอร์ที่ใหญ่และมีชื่อเสียงมากที่สุดในญี่ปุ่น และยังมีทุ่งดอกไม้นานาชนิด ไม่ว่าจะเป็น ดอกป๊อปปี้ ซัลเวีย ลูปิน และดอกไม้สีสันสดใสที่ผลัดกันบานตลอดฤดูร้อน โดยโซนที่โด่งดังที่สุดคือ “Traditional Lavender Field” ซึ่งเป็นแปลงลาเวนเดอร์ดั้งเดิมของฟาร์ม และ “Irodori Field” ทุ่งดอกไม้หลากสีที่เรียงเป็นแถบสวยเหมือนสายรุ้งบนเนินเขา จนกลายเป็นมุมถ่ายรูปยอดฮิตของนักท่องเที่ยวทั่วโลก

Cr. iamdoctoregg / depositphotos.com
ฟาร์มโทมิตะ เที่ยวเดือนไหนดี ?
โดยปกติฟาร์มโทมิตะจะเปิดให้เข้าชมตั้งแต่ เดือนเมษายนถึงเดือนพฤศจิกายน แต่ช่วงเวลาที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ ฤดูร้อน ตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายนไปจนถึงต้นเดือนสิงหาคม เพราะเป็นช่วงที่ทุ่งดอกไม้ภายในฟาร์มกำลังบานสะพรั่ง โดยเฉพาะ ทุ่งลาเวนเดอร์ ไฮไลต์สำคัญที่ทำให้ฟาร์มโทมิตะกลายเป็นแลนด์มาร์กระดับโลกของฮอกไกโด
นอกจากนี้ภายในฟาร์มไม่ได้มีเพียงลาเวนเดอร์เท่านั้น แต่ยังมีดอกไม้อีกกว่า 80 ชนิดผลัดกันบานตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิจนถึงต้นฤดูใบไม้ร่วง เช่น ลูปิน ป๊อปปี้ ซัลเวีย คอสมอส ฯลฯ ทำให้แต่ละช่วงเวลาของปีมีบรรยากาศแตกต่างกันออกไป
ช่วงเวลาชมดอกไม้ที่ฟาร์มโทมิตะ
- ปลายเมษายน – พฤษภาคม
เริ่มมีดอกไม้ฤดูใบไม้ผลิและโซน Greenhouse ให้ชม เหมาะกับคนที่อยากเที่ยวแบบคนไม่เยอะ
- ปลายมิถุนายน – กลางกรกฎาคม **ไฮไลต์ที่สุด
เป็นช่วงที่ลาเวนเดอร์เริ่มบานเต็มที่ โดยเฉพาะต้นเดือนถึงกลางเดือนกรกฎาคม ที่ถือว่าเป็น Peak Season ของฟาร์ม สีม่วงจะเข้มสวยที่สุด ส่งกลิ่นหอมละมุน และอากาศกำลังสบาย เหมาะกับการถ่ายรูป สรุปให้เลยว่า ถ้าอยากดูลาเวนเดอร์ที่ ฟาร์มโทมิตะ ต้องมาช่วงนี้
- ปลายกรกฎาคม – สิงหาคม
บางแปลงยังมีลาเวนเดอร์ให้ชมถึงต้นเดือนสิงหาคม โดยเฉพาะสายพันธุ์ ฮานาโมอิวะ (Hanamoiwa) ที่ออกดอกช้ากว่า และช่วงกลางเดือนสิงหาคมถือเป็นการสิ้นสุดฤดูกาล ลาเวนเดอร์จะถูกเก็บเกี่ยวเพื่อนำไปผลิตน้ำมันหอมระเหย
นอกจากช่วงพีคในฤดูร้อนแล้ว ช่วงฤดูหนาวแม้ว่าจะไม่มีทุ่งดอกไม้แต่บางโซนของฟาร์มยังเปิดให้เข้าชม เช่น Greenhouse ร้านขายของฝาก และคาเฟ่

Cr. farm-tomita.co.jp
5 ทุ่งดอกไม้ไฮไลต์ในฟาร์มโทมิตะ
ภายในฟาร์มโทมิตะมีพื้นที่กว้างใหญ่มาก และแบ่งพื้นที่ชมดอกไม้ออกเป็น 14 โซน แต่ถ้าใครมีเวลาจำกัด อาจจะเดินชมได้ไม่ครบ พี่เห็ดคัดมาให้แล้วกับ 5 ทุ่งดอกไม้ไฮไลต์ห้ามพลาดในฟาร์มโทมิตะ บอกเลยว่ามีมุมถ่ายรูปสวยๆ เพียบ!

Cr. farm-tomita.co.jp
1. Traditional Lavender Field (ทุ่งลาเวนเดอร์ดั้งเดิม)
โซนแรกที่ขอแนะนำคือ Traditional Lavender Field นี่คือแปลงลาเวนเดอร์ดั้งเดิมที่เป็นจุดเริ่มต้นของฟาร์ม และยังคงเป็นไฮไลต์อันดับ 1 ที่นักท่องเที่ยวต้องมาเช็กอินให้ได้ จุดเด่นของโซนนี้คือการปลูกลาเวนเดอร์บนเนินเขาที่ลาดเอียง ไล่ระดับขึ้นไปเป็นชั้นๆ ทำให้เกิดมิติของภาพที่สวยโดดเด่น เมื่อมองจากด้านล่างจะเห็นทุ่งสีม่วงพาดยาวขึ้นไปจนถึงขอบฟ้า โดยมีฉากหลังเป็นวิวภูเขา ได้ความเป็นฮอกไกโดแท้ๆ
- ช่วงเวลาดอกไม้บาน : ปลาย มิ.ย. – ปลาย ก.ค.
- ช่วงเวลาที่สวยที่สุด : ต้น – กลาง ก.ค.

Cr. farm-tomita.co.jp
2. Irodori Field (ทุ่งดอกไม้สีรุ้ง)
อีกหนึ่งโซนไฮไลต์ที่หลายคนคงเคยเห็นรูปโปรโมทบ่อยๆ ก็คือ Irodori Field หรือทุ่งดอกไม้สีรุ้ง โดดเด่นด้วยการปลูกดอกไม้หลากสี เรียงเป็นแถบยาวบนเนินเขา ไล่เฉดตั้งแต่ม่วง เหลือง แดง ไปจนถึงส้ม สร้างภาพที่สดใสและเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนที่ไหน และกลายเป็นภาพจำของ ฟาร์มโทมิตะ แนะนำถ่ายรูปในแนวนอนที่จะเห็นลายเส้นสีที่พาดยาวทั่วทั้งเนิน ได้ฟีลสดใสแบบซัมเมอร์มาก
- ช่วงเวลาดอกไม้บาน : ต้น – ปลาย ก.ค.
- ช่วงเวลาที่สวยที่สุด : กลาง – ปลาย ก.ค.

Cr. farm-tomita.co.jp
3. Sakiwai Field
ถ้าอยากได้รูปทุ่งลาเวนเดอร์มุมกว้าง มองเห็นภูเขาเป็นฉากหลัง ต้องไม่พลาดโซน Sakiwai Field เป็นทุ่งลาเวนเดอร์ที่โดดเด่นด้วยบรรยากาศเปิดโล่ง มองเห็นทั้งทุ่งดอกไม้ ท้องฟ้า และแนวภูเขาของเมืองฟุราโนะได้แบบเต็มตา โซนนี้คนไม่เยอะมาก ให้ฟีลสงบและเป็นธรรมชาติมากกว่าโซนหลัก เหมาะกับสาย Landscape และสายถ่ายรูป
- ช่วงเวลาดอกไม้บาน : ปลาย มิ.ย. – ต้น ส.ค.
- ช่วงเวลาที่สวยที่สุด : ต้น – กลาง ก.ค.

Cr. farm-tomita.co.jp
4. Hanabito Field
Hanabito Garden เป็นโซนที่แตกต่างจากทุ่งใหญ่ เพราะเน้นการจัดสวนแบบผสมผสานดอกไม้หลายชนิดเข้าด้วยกัน มีทั้งลาเวนเดอร์ ป๊อปปี้ และดอกไม้ฤดูร้อนอื่นๆ ให้บรรยากาศละมุน คล้ายสวนสไตล์ยุโรป และยังได้เห็นทุ่งดอกไม้หลายสี ปลูกเรียงเป็นแนวยาว ถ่ายภาพได้หลายมู้ด บรรยากาศสงบ เหมาะกับการเดินเล่น
- ช่วงเวลาดอกไม้บาน : กลาง เม.ย. – ต้น ต.ค.
- ช่วงเวลาที่สวยที่สุด : ต้น ก.ค. – ปลาย ก.ย.

Cr. farm-tomita.co.jp
5. โรงเรือนดอกไม้ Greenhouse
สำหรับใครที่มาเที่ยวนอกฤดู หรืออยากหามุมถ่ายรูปแบบไม่ต้องเจอแดดแรง แนะนำ Greenhouse เป็นโรงเรือนในร่มที่จัดแสดงดอกไม้ตลอดทั้งปี มีชนิดดอกไม้หลากหลาย และมีการหมุนเวียนตามฤดูกาล ทำให้ไม่ว่ามาเดือนไหนก็ยังมีดอกไม้ให้ชม มีดอกไม้หลากหลายชนิด เช่น ลาเวนเดอร์สายพันธุ์ต่างๆ บีโกเนีย เจอราเนียม พิทูเนีย ซัลเวีย คอสมอส รวมถึงสมุนไพร และอีกมากมาย นอกจากนี้ยังมี Forest House ร้านขายของฝากจากฟาร์มโทมิตะและผลิตภัณฑ์จากลาเวนเดอร์อีกด้วย มีซอฟต์ครีมรสลาเวนเดอร์ด้วย

Cr. kenta-yamazaki / shutterstock.com
เมนูน่าชิมจากลาเวนเดอร์ในฟาร์มโทมิตะ
ถ้ามาเที่ยวฟาร์มโทมิตะแล้วต้องไม่พลาดเมนูอร่อยที่ทำจากดอกลาเวนเดอร์ มีให้เลือกมากมาย ทั้งไอศกรีม ขนมหวาน เครื่องดื่ม ไปจนถึงอาหาร ซึ่งนอกจากลาเวนเดอร์แล้วก็ยังมีเมนูจากวัตถุดิบคุณภาพอื่นๆ ในฮอกไกโดให้ชิมด้วย ขายอยู่ที่คาเฟ่ตามจุดต่างๆ ในฟาร์ม เรียกว่ามาถึงทั้งทีต้องได้ชิมสักหน่อย รับรองจะติดใจ เพราะแต่ละเมนูจะได้สัมผัสถึงรสชาติแปลกใหม่ที่อร่อยสุดๆ คัด 7 เมนูน่าชิมมาให้ ตามนี้เลย
- Lavender soft-serve ice cream ซอฟต์ครีมลาเวนเดอร์ เมนูยอดฮิตที่ใครๆ ก็ไม่พลาด เป็นเมนู Signature ของฟาร์ม จุดเด่นคือไอศกรีมซอฟต์ครีมสีม่วงอ่อน กลิ่นลาเวนเดอร์หอมละมุน และหวานนมฮอกไกโดแท้ๆ เอามาถือถ่ายรูปกับทุ่งดอกไม้ก็ได้รูปเก๋ๆ เติมความสดชื่นในวันที่อากาศร้อน และยังมีรสชาติอื่นๆ เช่น แคนตาลูป ไวท์ช็อกโกแลต รวมถึงยังมีแบบสกูปด้วย
- Lavender Tea ใครสายชาต้องลอง เป็นชา Darjeeling กลิ่นดอกลาเวนเดอร์ จากดอกที่เก็บเกี่ยวในฟาร์มโทมิตะ และยังมีกาแฟลาเวนเดอร์ ซึ่งเป็นกาแฟชนิดพิเศษที่มีจำหน่ายแค่ที่นี่เท่านั้น ที่พิเศษสุดคือเมนู Lavender Calpis เครื่องดื่มรสชาติหวานเย็น สดชื่นเหมาะกับเด็กๆ สุดๆ
- Lavender Honey Caramel Custard พุดดิ้งคัสตาร์ด มีส่วนผสมของน้ำผึ้ง พร้อมด้วยกลิ่นหอมของดอกลาเวนเดอร์เบาๆ หวานนุ่มละมุนลิ้น รวมถึงยังมีรสนมและเมลอนด้วย
- Lavender Cream Puff ครีมพัฟลาเวนเดอร์แป้งบางกรอบ ไส้วิปครีมจากดอกลาเวนเดอร์และคัสตาร์ดครีม รสชาติหวานปานกลาง ใครที่ไม่ชอบรสหวานจัดขอบอกว่าต้องลอง
- Lavender-Flavored Furano Snowmelt Cheese Cake ชีสเค้กที่อัดแน่นด้วยส่วนผสมสุดเข้มข้น เป็นการผสมผสานกันอย่างลงตัวระหว่างลาเวนเดอร์และครีมชีสเข้มข้น อร่อยเข้ากันสุดๆ
- Lavender Chiffon Cake ชิฟฟ่อนเค้กเนื้อนุ่มฟูที่ทำจากนมฟุราโนะ และใส่เกล็ดดอกลาเวนเดอร์ลงในเนื้อเค้ก ทำให้มีกลิ่นหอมอ่อนๆ เวลากินจะได้ทั้งความนุ่มและกลิ่นลาเวนเดอร์แบบพรีเมียม
- Steamed Potato with Lavender Butter มันฝรั่งนึ่งกินกับเนยลาเวนเดอร์ เนื้อนุ่มละมุน พร้อมกับกลิ่นหอมๆ อร่อยฟินแน่นอน

Cr. farm-tomita.co.jp
กิจกรรมที่น่าสนใจในฟาร์มโทมิตะ
- บ้านดอกไม้แห้ง (Dried Flower House) และ แกลลอรี่ เฟลอร์ (Gallery Fleur) เป็นสถานที่จัดแสดงงานศิลปะ มีทั้งดอกไม้แห้ง และภาพถ่ายดอกไม้สี่ฤดูที่ฟาร์มโทมิตะ เข้าชมฟรี
- เวิร์คช็อปน้ำหอม (Perfume Workshop) ในส่วนนี้เพื่อนๆ สามารถทำที่คั่นหนังสือด้วยน้ำหอมที่ชื่นชอบ ร่วมเวิร์คช็อปทดลองผลิตภัณฑ์น้ำหอม ชมกระบวนการผลิตสบู่ลาเวนเดอร์โทมิตะออริจินัล และเรียนรู้วิธีที่ปรุงน้ำหอมผสมน้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์ได้อย่างใกล้ชิด
- บ้านดอกไม้ (Flower House) เป็นร้านค้าพิเศษจำหน่ายแคนตาลูปที่ปลูกในหุบเขาฟุราโนะ รสหวานอร่อย เนื้อแน่น หั่นให้แบบพร้อมทาน และยังมีฟุราโนะเมลอนปัง ข้างในมีครีมที่มีส่วนผสมของน้ำเมลอนฟุราโนะ นั่งชิมขนมอร่อยๆ พร้อมมองวิวธรรมชาติได้ชิลๆ
- เยี่ยมชมโรงกลั่นแห่งเดียวในญี่ปุ่น (Distillery Workshop) ที่ใช้สกัดน้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์ในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวดอกลาเวนเดอร์จริงๆ สามารถเข้าชมโรงกลั่นน้ำมันสีเหลืองอำพันจากลาเวนเดอร์สีม่วงได้อย่างใกล้ชิด
- เที่ยวชม Lavender East เป็นอีกหนึ่งทุ่งลาเวนเดอร์ของฟาร์มโทมิตะ มีพื้นที่แยกออกจากฟาร์มหลัก ห่างไปประมาณ 4 กิโลเมตร เป็นทุ่งลาเวนเดอร์ขนาดใหญ่พิเศษ เปิดเฉพาะช่วงฤดูลาเวนเดอร์เท่านั้น จุดเด่นคือวิวเปิดโล่ง มองเห็นแนวภูเขา และมีรถพาเที่ยวชมที่เรียกว่า Lavender Bus ที่ลากจูงด้วยรถแทรกเตอร์สีลาเวนเดอร์สุดน่ารัก ใช้เวลา 15 – 20 นาทีในการเที่ยวชมทุ่งดอกไม้

Cr. PSno7 / shutterstock.com
รายละเอียด ฟาร์มโทมิตะ (Farm Tomita)
- ค่าเข้าชม : ฟรีเวลาเปิด-ปิด : 08:30-18:00 น. (เวลาเปิด-ปิดขึ้นอยู่กับช่วงเวลาในแต่ละฤดูกาล)
- การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ JR Sapporo ขึ้น JR Limited Express Super Kamui (ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 25 นาที) ไปลงที่สถานี Asahikawa จากนั้นเปลี่ยนไปขึ้น JR Furano Line (ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 5 นาที) แล้วไปลงที่สถานี Nakafurano
- เว็บไซต์ : https://www.farm-tomita.co.jp/
- พิกัด : https://maps.app.goo.gl/hXKgagNjRS3xsjGf7
เป็นที่เที่ยวแห่งฮอกไกโดที่เป็น Signature ประจำหน้าร้อนของญี่ปุ่นจริงๆ สำหรับ Farm Tomita รับรองว่าที่นี่จะช่วยเติมความสดใสให้ทริป เที่ยวญี่ปุ่น หน้าร้อน ได้เป็นอย่างดี บอกเลยว่าต้องไปสัมผัสความสวยงามด้วยตัวเองให้ได้สักครั้ง!
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : Mushroom Travel
โปรแกรมทัวร์ฮอกไกโด ที่เที่ยวฮอกไกโด : https://www.vinteam.co.th/search-tour/?country=hokkaido&code=0&startdate=0&enddate=0&month=0&searchword=0
เที่ยวฟาร์มโทมิตะ (Farm Tomita) เที่ยวฮอกไกโด เที่ยวญี่ปุ่น ทัวร์ฮอกไกโด ทัวร์ญี่ปุ่น
ทัวร์ต่างประเทศ ทัวร์ทั่วโลก ไปกับ VIN TEAM TRAVEL
สนใจบริการติดต่อ : บริษัท วี.ไอ.เอ็น.ทีม จำกัด / วิน ทีม ทราเวล
Mobile : 080-113-5495, 099-492-9053
ID Line : @vinteam
Email : vinteam.co.ltd@gmail.com
