ภูเก็ต ถือเป็นอีกหนึ่งมหานครแห่งอาหารที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความหลากหลายทางด้านเมนูเด็ดเป็นอย่างมาก มีร้านอร่อย ร้านดังอยู่มากมาย รวมไปถึงตำรับอาหารท้องถิ่นที่ใครต่อใครได้ชิมต่างก็ยกนิ้วให้ ซึ่งหนึ่งในนั้นมีขนมหวานชนิดหนึ่งซึ่งมีชื่อที่ทำให้หลายๆ คนสะดุดตามากๆ นั่นก็คือ “ขนมบีโกหมอย” วันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกัน

Cr. Gourmet & Cuisine
บีโกหมอย คืออะไร?
คำนี้มากจากภาษาฮกเกี้ยน บี๊โก่ (bî-ko) แปลว่า ข้าวเหนียว / หมอย (mûi) แปลว่า ต้ม รวมกันจึงหมายถึง “ข้าวเหนียวต้ม” ซึ่งคนภูเก็ตออกเสียงเป็น “บีโกหมอย” หรือ “บี๊โก่หมอย”

Cr. hilight.kapook.com
วัตถุดิบหลัก
- ข้าวเหนียวดำ (แช่ค้างคืนแล้วต้มจนเม็ดแตกนุ่ม)
- น้ำตาลทรายแดงหรือน้ำตาลมะพร้าว เพิ่มกลิ่นหอมคาราเมล
- น้ำกะทิสดเคี่ยวกับเกลือเล็กน้อย ราดปิดท้ายให้ได้รสหวาน มัน เค็มนิดๆ
- สูตรสมัยใหม่มักเพิ่มท็อปปิงอย่างถั่วแดง เผือก หรือไอศกรีมกะทิสด เพื่อเพิ่มรสชาติและลูกเล่นให้กับขนม
รสชาติของบีโกหมอยจะหวานมัน หอมกลิ่นกะทิ ผิวสัมผัสนุ่มเหนียวกำลังดี คล้ายข้าวเหนียวมูนแต่ฉ่ำกว่า ทานตอนอุ่น ๆ จะอร่อยเป็นพิเศษ

Cr. Sanook.com
ชื่ออื่นของบีโกหมอย
นอกจากชื่อบีโกหมอยแล้ว ขนมชนิดนี้ยังมีชื่อเรียกอื่น ๆ อีก เช่นในจังหวัดสุราษฎร์ธานีเรียก “ปูดหลูด” หรือในภาษาจีนแต้จิ๋วเรียกว่า “โอวจุ๊ก หรือ โอวจุกม้วย” โดยการกินข้าวเหนียวต้มเป็นขนมหวานจึงเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมจีนที่เผยแพร่มาในไทยอย่างช้านาน
แม้ชื่อจะฟังดูแปลก แต่ “บีโกหมอย” คือขนมที่สะท้อนภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่น ซึ่งคนภาคกลางเรียกขนมชนิดนี้ว่า ข้าวเหนียวดำน้ำกะทิ นั่นเอง
