เวลาทำการ : จันทร์ - เสาร์ 08.30 น. - 17.00 น.

เบอร์โทรติดต่อ
ต้นตำรับชาญี่ปุ่นที่ต้องไปลองแล้วจะติดใจ!

ต้นตำรับชาญี่ปุ่นที่ต้องไปลองแล้วจะติดใจ!

ชา ถือเป็นเครื่องดื่มประจำชาติอีกประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลายในประเทศญี่ปุ่นเช่นเดียวกับสาเก แต่เดิมชาเคยถูกใช้มาทำเป็นยาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถังก่อนจะมีการพัฒนานำชามาทำเป็นเครื่องดื่มที่เห็นในปัจจุบัน ว่ากันว่าญี่ปุ่นได้นำเข้าชามาจากประเทศจีนซึ่งเป็นต้นกำเนิดของชา โดยในช่วงแรกๆ ที่ญี่ปุ่นจะดื่มแค่ชาเขียวเท่านั้นและก็ดื่มเฉพาะกลุ่มคนชนชั้นสูงและนำมาใช้เป็นยาสำหรับทางการแพทย์เท่านั้น ต่อมาพระเอไซซึ่งเป็นพระญี่ปุ่นก็ได้นำเมล็ดพันธุ์ชาเขียวจากจีนมาเพาะปลูกที่ภูเขาเซบุริซังในประเทศญี่ปุ่นและได้แจกจ่ายเมล็ดพันธุ์ชาเขียวให้กับพระรูปอื่นที่อยู่เกียวโตนำไปปลูกที่วัด หลังจากนั้นชาก็เริ่มแพร่หลายมากขึ้นเรื่อยๆ และได้มีการนำมาทำเป็นเครื่องดื่มจนเป็นที่นิยมกันอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน โดยชาที่ญี่ปุ่นนั้นมีมากมายหลายชนิด ขอแนะนำชาที่เป็นต้นตำรับและนิยมดื่มกันมากที่สุดในญี่ปุ่น จะมีชาอะไรบ้าง ตามไปดูกันเลย

ต้นตำรับชาญี่ปุ่นที่ต้องไปลองแล้วจะติดใจ!

Cr. Chill Chill Japan

ในบรรดาของชาเขียว “ชาเซนฉะ” ถือเป็นชาที่คนส่วนใหญ่นิยมดื่มกันมากที่สุด เพราะด้วยรสชาติอันหอมหวานและมีรสฝาดนิดๆ ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว จึงกลายเป็นชาเขียวที่อยู่คู่กับคนญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน และมักจะพบได้ที่ร้านอาหารทั่วไปในญี่ปุ่น นอกจากรสชาติที่อร่อยแล้ว อีกทั้งยังมีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย ไม่ว่าจะเป็น วิตามินซี และสารคาเทชิน (Catechin) ที่ช่วยต่อต้านสารอนุมูลอิสระ รวมถึงช่วยเพิ่มความจำและดักจับไขมันได้อีกด้วย ชาจะอร่อยได้ก็ต้องมีกระบวนการผลิตที่พิถีพิถัน “ชาเซนฉะ” ก็เหมือนกัน ซึ่งวิธีการเก็บยอดอ่อนของใบชา จะเก็บในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ หรือในช่วงเดือนมีนาคมนั่นเอง หลังจากนั้นภายใน 12-20 ชม. และจะต้องนำยอดอ่อนของใบชามาผ่านความร้อนประมาณ 15-20 นาที เพื่อความสวยงามของใบชาและยังคงคุณประโยชน์เอาไว้อยู่

ต้นตำรับชาญี่ปุ่นที่ต้องไปลองแล้วจะติดใจ!

Cr. Magokoro Tea

เกียวคุโระ ถือเป็นชาชั้นสูงที่สุดในบรรดาของชาเขียวและมีราคาแพงมาก ที่มีราคาแพงก็เพราะว่ามีการปลูกอย่างทะนุถนอม ต้องควบคุมอุณหภูมิของต้นชาไม่ให้โดนแสงแดดอยู่ตลอด เป็นเวลา 20-30 วัน ก่อนจะเก็บใบชา เพื่อให้ได้กลิ่นที่หอมและรสชาติที่หวานกลมกล่อมละมุนลิ้น แต่จะมีรสฝาดน้อยกว่าชาเขียวรูปแบบอื่น เพราะด้วยการปลูกในร่มทำให้ต้นชาโดนแสงแดดน้อยจึงทำให้สารคาเทคิน ที่ทำให้เกิดรสฝาดมีน้อยกว่าชารูปแบบอื่นนั่นเอง นอกจากความหอมหวานแล้วน้ำชายังมีสีเขียวอ่อนสวยงามรวมถึงสารที่มีประโยชน์อีกเพียบเลย ไม่ว่าจะเป็น สารเธียอะนิน ที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย กรดอะมิโน โพแทสเซียม วิตามินซี และคาเฟอีนที่มากว่าชาชนิดอื่นๆ โดยชาเขียวประเภทนี้จะนิยมใช้ในงานพิธีการต่างๆ เพราะราคาค่อนข้างสูงและหาซื้อได้ยากมาก จะผลิตเพียงปีละไม่เกิน 1 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยมาก

ต้นตำรับชาญี่ปุ่นที่ต้องไปลองแล้วจะติดใจ!

Cr. Krungsricard

มัทฉะ เป็นชาเขียวของญี่ปุ่นที่คนไทยรู้จักกันดี เพราะเป็นชาที่ได้รับความนิยมอย่างมากในแถบเอเชียและตะวันตก โดยตัวน้ำชาจะมีลักษณะสีเขียวที่โดดเด่นและมีกลิ่นหอมละมุนอ่อนๆ รวมถึงมีรสชาติที่ถูกปาก แต่จะแตกต่างจากชาเขียวรูปแบบอื่นตรงที่ น้ำชาจะไม่เป็นสีใส ทั้งยังเป็นชาพื้นเมืองของคนญี่ปุ่นที่จะนิยมดื่มกันใน “พิธีชงชา” อีกด้วย นอกจากนี้ “ชามัทฉะ” ยังจะประกอบไปด้วยสารอาหารที่ให้คุณประโยชน์อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น สารแอล-อะลานิน เป็นสารที่ให้พลังงานและช่วยให้ร่างกายชะลอการดูดซึมของคาเฟอีน รวมถึงสารแอล-ธีอะนีน เป็นสารเฉพาะที่อยู่ในชาและเห็ดบางชนิดเท่านั้น ซึ่งสารชนิดนี้จะมีฤทธิ์ช่วยทำให้ผ่อนคลายและลดความตึงเครียดได้เป็นอย่างดี นอกจากทำเป็นเครื่องดื่มได้แล้ว ผงชามัทฉะยังสามารถนำมาดัดแปลงให้เข้ากับยุคสมัยในปัจจุบันได้อีกด้วยน้า โดยการนำผงชามาทำเป็นไอศกรีมชาเขียว นมอัลมอนต์ใส่ชาเขียว บิงซูโรยด้วยผงชาเขียว และอีกหลากหลายเมนูเลย ซึ่งวิธีการทำชามัทฉะ จะใช้ส่วนของใบชาที่เด็ดมาสดๆ นำมาตากให้แห้ง จากนั้นนำไปบดให้ละเอียดจนกลายเป็นผงด้วยโม่หิน ก่อนนำไปทำการชงชา

ต้นตำรับชาญี่ปุ่นที่ต้องไปลองแล้วจะติดใจ!

Cr. Aroimak.co

เมื่อนึกถึงชาที่เหมาะสมกับเด็กๆ และคนป่วยต้องนี่เลย “ชาโฮจิฉะ” เพราะว่าเป็นชาที่มีสารคาเฟอีนและสารเธียอะนินที่ทำให้เกิดรสฝาดน้อยกว่าชาเขียวชนิดอื่นมาก เนื่องจากมีการใช้ไฟแรงๆในการคั่วใบชา โดยใบชาที่คนญี่ปุ่นนิยมนำมาคั่วให้เป็นโฮจิฉะนั้น ได้แก่ เซนฉะ บังฉะ และคุคิฉะหรือชาที่ทำจากก้านชา ซึ่งจะมีกลิ่นหอมกรุ่นที่เป็นเอกลักษณ์ ตัวน้ำชาจะเป็นสีน้ำตาลอ่อนๆ มีรสชาติอ่อน ดื่มง่ายไม่มีรสฝาด จึงสามารถดื่มได้ทุกเพศทุกวัย คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะนิยมดื่มกันแบบเย็นๆ มากกว่า เพราะจะทำให้รู้สึกสดชื่นและกระชุ่มกระชวยร่างกายได้เป็นอย่างดี

ต้นตำรับชาญี่ปุ่นที่ต้องไปลองแล้วจะติดใจ!

Cr. Vogue Thailand

บันฉะ เป็นชาเขียวที่คนส่วนใหญ่นิยมดื่มกันในชีวิตประจำวัน ด้วยราคาที่ไม่แพงและมีวิธีการชงที่ง่ายไม่ต้องควบคุมอุณหภูมิความร้อนให้ยุ่งยากทั้งยังมีคุณประโยชน์เทียบเท่ากับชาเกรดพรีเมี่ยมชนิดอื่นๆ อีกด้วย ในส่วนของการปลูกบันฉะนั้นจะเหมือนกับเซนฉะเลย แต่บันฉะจะเป็นใบชาที่ถูกเก็บเป็นครั้งที่สอง หรือเรียกว่า ใบชานอกฤดูกาล ซึ่งจะเก็บในช่วงฤดูร้อนของญี่ปุ่นเท่านั้น โดยน้ำชาจะมีรสชาติหวานน้อยสดชื่น สามารถดื่มได้ทุกวัน

ต้นตำรับชาญี่ปุ่นที่ต้องไปลองแล้วจะติดใจ!

Cr. MATCHA

จะกินชาให้อร่อยก็ต้องกินคู่กับขนมหวานของญี่ปุ่นด้วยนะรู้ยัง!! ขนมหวานในญี่ปุ่นที่อร่อยๆ นั้นมีมากมาย แต่ถ้าจะเอามากินคู่กับน้ำชาก็ต้องนี่เลย! ขนมไดฟุกุ ขนมเซมเบ้ และขนมดังโงะ เป็นขนมที่ขึ้นชื่อเรื่องความอร่อยของคนญี่ปุ่นเลย ด้วยกลิ่นที่หอมละมุนและมีรสชาติที่หวานอร่อย ยิ่งถ้านำมากินคู่กับน้ำชาของญี่ปุ่นแล้วละก็เป็นอะไรที่ลงตัวที่สุดเลย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : Avenue.co.th

โปรแกรมทัวร์ญี่ปุ่น ที่เที่ยวญี่ปุ่น : https://www.vinteam.co.th/search-tour/?country=japan&code=0&startdate=0&enddate=0&month=0&searchword=0

ต้นตำรับชาญี่ปุ่นที่ต้องไปลองแล้วจะติดใจ!

ทัวร์ต่างประเทศ ทัวร์ทั่วโลก ไปกับ VIN TEAM TRAVEL
สนใจบริการติดต่อ : บริษัท วี.ไอ.เอ็น.ทีม จำกัด / วิน ทีม ทราเวล
Mobile : 080-113-5495, 099-492-9053
ID Line : @vinteam
Email : vinteam.co.ltd@gmail.com